ผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์กลาส
 
FRP Fiber Reinforced Plastic
        Fiber Reinforced Plastic (FRP) หรือ ไฟเบอร์กลาส เป็นพลาสติกเสริมแรงด้วยเส้นใย ที่มีน้ำหนักเบา ติดตั้งได้ง่าย ทนทานต่อการกัดกร่อนของสารเคมี ไม่นำไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กสามารถผ่านได้ และทนทานต่อสภาพอากาศได้ ซึ่ง เป็นผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์กลาสที่สามารถใช้ได้ในธุรกิจหลากหลาย เช่น การคมนาคม การสื่อสาร งานโครงสร้างเสริม ด้านพลังงาน ด้านอุตสาหกรรม และงานตกแต่งทางสถาปัตย์
 
FRP Fiberglass
       FRP (Fiber Reinforced Plastic) เป็นวัสดุผสม (Composite) ระหว่างเส้นใย (Fiber) และ เรซิ่น (Resin) ที่มีหลายเกรดตามคุณสมบัติที่ต้องการ ผ่านกระบวนการผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์   FRP ต่าง ๆ เช่น ฝาบ่อไฟเบอร์กลาส (FRP Cover) ตะแกรงไฟเบอร์กลาส (FRP Grating) และ โปรไฟล์ไฟเบอร์กลาส (FRP profile)
 
คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์กลาส  
  • น้ำหนักเบาและสะดวกในการติดตั้งชิ้นงาน
  • ความต้านทานต่อการกัดกร่อนและทนต่อสารเคมีสูง
  • ไม่นำความร้อนและกระแสไฟฟ้า (เป็นฉนวนทางไฟฟ้า)
  • โปร่งใสต่อคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
  • ต้องการการบำรุงรักษาน้อยและความทนทานสูง

FRP (Fiberglass) กับวัสดุอื่น


FRP Fiber-Reinforced-Plastic

(FRP profile)

เหล็กอลูมิเนียมไม้
   1. การเสื่อมสภาพโดยปัจจัยภายนอก
  • ทนทานต่อสารเคมีได้หลากหลาย
  • สามารถใช้งานในบริเวณที่มีความชื้นได้โดยไม่เสื่อมสภาพ
  • ทนต่อแมลงต่างๆ
  • สามารถทาสีเพื่อป้องกันผิวได้ หากสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง
  • อาจเกิดการออกซิเดชั่นผุกร่อน และเกิดสนิม
  • อาจจะต้องชุบกัลวาไนซ์หรือสังกะสีเพื่อป้องกันการเกิดสนิม
  • ไม่สามารถทนต่อสารเคมีได้ ต้องมีการเคลือบสารอื่นๆเพื่อป้องกันการกัดกร่อน
  • สามารถเสียรูป ผุกร่อน เมื่อสัมผัสกับความชื้น และสารเคมี
  • เกิดผลกระทบเมื่อแมลงมารบกวน
   2. น้ำหนัก

       Specific Gravity = 1.4-1.7

  • เบากว่าเหล็ก 75%
  • เบากว่าอลูมิเนียม 30% ทำให้สะดวกต่อการขนย้าย
     Specific Gravity = 7.85
  • ต้องใช้อุปกรณ์ในการขนย้าย และจัดวาง
     Specific Gravity = 2.7
  • น้ำหนักเบาประมาณ 1/3 ของเหล็กและทองแดง
     Specific Gravity = 0.4-1.2
   3. การนำไฟฟ้า
  • ไม่นำไฟฟ้า สามารถนำมาใช้เป็นฉนวนไฟฟ้าได้
  • นำไฟฟ้า
  • นำไฟฟ้า
  • นำไฟฟ้าเมื่อมีความชื้น
   4. สี
  • สามารถผสมเป็นเนื้อเดียวกับเนื้องานได้ หรือนำไปพ่นสีได้หากต้องการ โดยที่ระดับความทนทานของสีจะขึ้นอยู่กับชนิดของสีที่ใช้
  • จำเป็นต้องทาสี และอาจมีการทาทับเพิ่ม ตามช่วงเวลา

  • ต้องเป็นสีสำเร็จรูป ใช้การอโนไดซ์ (Anodic coating) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางกายภาพต่างๆ

  • จำเป็นต้องทาสีและอาจจะต้องทำซ้ำบ่อยๆตามช่วงเวลา

   5. ค่าใช้จ่าย
  • ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งน้อย
  • ไม่ต้องบำรุงรักษาบ่อย
  • มีอายุการใช้งานยาวนานไม่เกิดการกัดกร่อน
  • ค่าใช้จ่ายแรกเริ่มไม่แพง
  • ต้องบำรุงรักษาเมื่อเป็นสนิม
  • อายุการใช้งานสั้นลงเมื่อเกิดการกัดกร่อน
  • ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งน้อย
  • อายุการใช้งานสั้นลงเมื่อเกิดการกัดกร่อน
  • ค่าใช้จ่ายแรกเริ่มไม่แพง
  • ต้องบำรุงรักษาและเปลี่ยนใหม่ เมื่อเกิดการผุกร่อน
   6. การรบกวนสัญญาณ
  • ไม่รบกวนสัญญาณคลื่นวิทยุและสัญญาณจากสนามแม่เหล็ก
  • อาจรบกวนการทำงานของการส่งสัญญาณคลื่นวิทยุและสนามแม่เหล็ก
  • รบกวนการทำงานของสัญญาณคลื่นวิทยุและสนามแม่เหล็ก เป็นอย่างมาก
  • ไม่รบกวนสัญญาณคลื่นวิทยุและสนามแม่เหล็ก
   7. การประกอบ
  • สามารถประกอบได้ผ่านเครื่องมือตัดทั่วไป เช่น ใบมีดคาร์บอน หรือ เพชร
  • ไม่ต้องเชื่อม ไม่ต้องใช้ไฟ น้ำหนักเบาง่ายต่อการติดตั้ง
  • ต้องมีการเชื่อมและตัดด้วยเครื่องจักร
  • ชิ้นส่วนขนาดใหญ่ น้ำหนัก เยอะ ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการประกอบและติดตั้ง
  • ใช้เครื่องจักรทั่วไปได้ (เชื่อม ,บัดกรี ,เชื่อมต่อทางกล)
  • ใช้เครื่องจักรทั่วไปได้ (เชื่อม ,บัดกรี ,เชื่อมต่อทางกล)


กระบวนการผลิตมีดังนี้

Pultrusion Process
Hand Lay-up Process
Pin Winding Process
Sheet Molding Compound Process
Powered by MakeWebEasy.com